ทุนเรียนต่ออังกฤษ
ทุนเรียนต่ออังกฤษ มีอะไรบ้าง ครบทั้ง ป.ตรี ป.โท และ ป.เอก อัพเดทล่าสุด ปี 2026!!
หน้านี้รวบรวมข้อมูลทุนเรียนต่อประเทศอังกฤษแบบละเอียด ครอบคลุมทั้งทุนรัฐบาลอังกฤษ ทุนจากมหาวิทยาลัย ทุนแข่งขัน ทุนพิเศษ และทุนจากหน่วยงานไทย พร้อมอธิบายว่าแต่ละทุนคืออะไร เหมาะกับใคร ใช้กับระดับไหน และโดยทั่วไปช่วงสมัครมักอยู่ประมาณเดือนไหน โดยอิงข้อมูลที่ตรวจจากเว็บไซต์ทางการล่าสุดที่หาได้
หลายคนคิดว่า “ต้องได้ทุนเต็มเท่านั้นถึงจะไปเรียนต่ออังกฤษได้” แต่ในความเป็นจริง คนไทยจำนวนมากไปเรียนต่อ จากการได้ทุนบางส่วน เท่านั้น ซึ่งรวมกับ การเลือกมหาวิทยาลัยที่มี ทุนการศึกษา เหมาะกับโปรไฟล์ และการวางแผนงบประมาณให้คุ้มที่สุดตั้งแต่ต้น ทำให้พวกเขาได้มี "โอกาส"
ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมา ทุนเรียนต่ออังกฤษมีทั้งสำหรับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
แต่โอกาสและรูปแบบจะไม่เท่ากัน โดยทั่วไป
ปริญญาตรี มักจะเป็นทุนแบบส่วนลดจากมหาวิทยาลัยหรือ merit scholarship มากกว่า
ส่วน ปริญญาโท จะมีทั้งทุนเต็ม ทุนบางส่วน และทุนรัฐบาลที่เด่นชัด
ขณะที่ ปริญญาเอก มักมีโอกาสเจอทุนเต็มจาก research funding หรือองค์กรเฉพาะทางมากขึ้น
ดังนั้น ถ้าจะเลือกทุน ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “มีทุนอะไรบ้าง” อย่างเดียว แต่ควรเริ่มจาก “เรากำลังสมัครระดับไหน” และ “ตอนนี้ตัวเราเหมาะกับทุนประเภทใด”
Chevening เป็นหนึ่งในทุนที่คนไทยรู้จักมากที่สุด เพราะเป็น ทุนรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่สนับสนุนการเรียน ปริญญาโทแบบ 1 ปี ในมหาวิทยาลัยทั่วสหราชอาณาจักร และเป็นทุนแบบ fully funded ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลักค่อนข้างครบ
จุดสำคัญของ Chevening คือ ไม่ใช่ทุนที่ดูแค่เกรดหรือภาษา แต่ดูภาพรวมของผู้สมัครว่าเคยทำอะไรมาแล้ว มีผลกระทบต่อคนรอบตัวหรือองค์กรอย่างไร และหลังเรียนจบจะนำความรู้กลับไปต่อยอดอย่างไร ดังนั้นแม้จะเป็นทุนดัง แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
จากข้อมูลบนเว็บไซต์ทางการ ตอนนี้หน้า scholarships ระบุว่า applications are now closed
Timeline ปกติของ Chevening จะเริ่มรับสมัครราว สิงหาคม และปิดประมาณ พฤศจิกายน
ดังนั้นถ้าเล็งรอบถัดไป ก็ควรเริ่มเตรียม essay และ profile ก่อนเปิดรับจริงหลายเดือน
ถ้าคุณเพิ่งจบใหม่และยังไม่มีประสบการณ์ทำงานชัด ๆ ทุนนี้อาจยังไม่ใช่ทางที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าคุณทำงานมาแล้ว 2–5 ปี และมี story ของตัวเอง ทุนนี้เป็นตัวที่ควรลอง
GREAT Scholarships เป็นทุนที่ practical มากสำหรับคนไทย เพราะเป็นทุนที่ Thailand มีสิทธิ์สมัคร และเว็บไซต์ Study UK ระบุชัดว่าในปีการศึกษา 2026–27 โครงการนี้มี มากกว่า 140 ทุนจากมากกว่า 60 มหาวิทยาลัย โดยให้ £10,000 สำหรับหลักสูตร one-year Taught postgraduate courses
จุดแข็งของ GREAT คือเป็นทุนที่ “มีโอกาสได้” มากกว่าทุนเต็มหลายตัว เพราะไม่ต้องแข่งขันในระดับเดียวกับ Chevening และมักผูกกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโดยตรง สิ่งที่ควรทำคือเช็กหน้าประเทศไทยของโครงการ แล้วดูว่ามหาวิทยาลัยไหนเปิดให้คนไทยสมัครในรอบ 2026–27
ช่วงสมัครของ GREAT จะไม่ตายตัวเท่าทุนรัฐบาล เพราะขึ้นกับแต่ละมหาวิทยาลัย แต่โดยทั่วไปมักผูกกับรอบ admission ของมหาวิทยาลัย จึงมักเริ่มเห็นประกาศและ deadline ชัดขึ้นในช่วงต้นปีถึงกลางปี
ถ้าคุณกำลังมองหาทุนสำหรับป.โทอังกฤษและอยากได้ “ทุนบางส่วนที่มีโอกาสได้จริง” GREAT เป็นหนึ่งในตัวที่ควรลอง
Commonwealth Scholarships เป็นทุนที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่จริง ๆ แล้วมีเงื่อนไขเฉพาะพอสมควร จากข้อมูลของ Study UK ผู้สมัครต้องเป็นพลเมืองหรือผู้พำนักถาวรของประเทศในเครือ Commonwealth ต้องมีวุฒิระดับปริญญาตรีอย่างน้อยเทียบเท่า upper second class (2:1) และหากสมัครระดับ PhD ก็ต้องมีวุฒิ Master’s degree ที่เหมาะสม ด้วย
ทุนนี้เหมาะกับคนที่มีเป้าหมายชัดเจนในระดับบัณฑิตศึกษา และ profile พร้อมด้านวิชาการ แต่ไม่ใช่ทุนที่เหมาะกับทุกเคส
ถ้าพูดถึง “ทุนที่นักเรียนไทยได้จริงบ่อยที่สุด” หมวดนี้น่าจะใกล้ความจริงที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยในอังกฤษจำนวนมากมีทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่แล้ว และใช้เงื่อนไขที่จับต้องได้กว่า เช่น GPA, personal statement, portfolio หรือคุณสมบัติเฉพาะ
ไม่ต้องรอทุนใหญ่เสมอไป บางครั้งการได้ทุนส่วนลดจากมหาวิทยาลัย 20–30% ร่วมกับการวางแผนงบดี ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้การไปเรียนต่ออังกฤษ “เป็นไปได้” แล้ว
ทุนประเภทนี้มักไม่ได้เป็น “ทุนรัฐบาลใหญ่” แต่เป็นทุนที่มหาวิทยาลัยใช้คัดเลือกผู้สมัครจาก ศักยภาพส่วนตัว มากกว่า โดยอาจดูจาก GPA, essay, personal statement, portfolio หรือการประกวดเฉพาะกิจ
ความน่าสนใจของทุนแบบนี้คือ คนไทยมีโอกาสได้จริงถ้าเตรียมเอกสารดี เพราะหลายรอบไม่ได้แข่งขันในวงกว้างเท่าทุนระดับประเทศ
ทุนหมวดนี้ไม่ใช่ชื่อทุนกลางของทั้งประเทศ แต่เป็นทุนหรือ benefits ที่มหาวิทยาลัยบางแห่งผูกกับบทบาทของผู้รับทุน เช่น เป็น student ambassador, ช่วยงานกิจกรรม, หรือมีส่วนร่วมกับงานสื่อสารของมหาวิทยาลัย
ตัวอย่างคือ UWE Bristol ระบุว่า recipients ของบาง scholarship ต้องทำ ambassadorial activity ให้มหาวิทยาลัยตลอดช่วงเรียน ดังนั้นถ้าชอบทางนี้ ควรดูหน้า scholarship ของมหาวิทยาลัยนั้นแบบ case by case
ทุนอีกแบบที่ควรรู้ไว้คือทุนที่มาในรูป “การแข่งขันพิเศษ” เช่น ส่งวิดีโอ pitch, project proposal หรือ creative application ซึ่งอาจไม่ได้เปิดทุกปี แต่มีจริงในมหาวิทยาลัยบางแห่ง
ตัวอย่างคือ Edinburgh Napier เคยมี Destination Edinburgh Scholarship ที่ให้ผู้สมัครส่งวิดีโอ pitch เพื่อแข่งขันชิงทุนเต็มค่าเรียน ดังนั้นถ้าคุณมีจุดแข็งด้านการสื่อสาร การเล่าเรื่อง หรือ portfolio ที่ต่างจากคนอื่น หมวดนี้ก็เป็นอีกทางที่ไม่ควรมองข้าม
ทุนลักษณะนี้ไม่ได้การันตีแบบทุกปี แต่ควรจับตาไว้ เพราะเป็นโอกาสที่คนกลุ่มเล็กกว่า และบางครั้งแข่งขัน “ตรงจริต” มากกว่าทุนแบบวิชาการล้วน
ในมุมของทุน การสนับสนุนจากหน่วยงานไทยหรือทุนรัฐบาลไทย สามารถครอบคลุมการไปเรียนต่างประเทศได้ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก แต่จะมีข้อผูกพันและเงื่อนไขการกลับมาทำงานตามที่ต้นสังกัดหรือโครงการกำหนด
ไม่อยากเสี่ยงกับการแข่งขันทุน ลองดูอีกทางเลือกนี้
ทุนเต็มในอังกฤษมีอยู่จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแข่งขันสูงมาก และไม่ใช่ทุกคนที่อยากฝากแผนเรียนทั้งชีวิตไว้กับการ “ลุ้นผลทุน”
ถ้าคุณอยากไปเรียน UK แบบ ควบคุมงบประมาณได้มากขึ้น ไม่ต้องรอผลทุนหลายรอบ และยังอยากได้วุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศจริง Joint Master Programmes อาจเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะกว่า
- เริ่มเรียนที่ไทยก่อน แล้วไปต่อที่ UK
- ใช้เวลาเรียนรวมประมาณ 1 ปี
- ค่าใช้จ่ายรวมไม่ถึงล้านในหลายกรณี
- ไม่ต้องแข่งขันทุนระดับประเทศ
สำหรับหลายคน นี่ไม่ใช่ “แผนสำรอง” แต่เป็น “แผนหลัก” ที่วางได้จริง และคุมความเสี่ยงได้มากกว่า