Joint Master vs Direct Entry เรียนต่อโทต่างประเทศแบบไหนดี

เรียนต่อโทต่างประเทศ Joint Master Programmes vs Direct Entry
Master Degree Abroad Guide

เรียนต่อโทต่างประเทศ
Joint Master vs ไปเรียนตรง

เปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย ทั้งค่าใช้จ่าย ภาษาอังกฤษ ระยะเวลา การปรับตัว และเส้นทางที่เหมาะกับแต่ละคน

จบประมาณ 1 ปี ค่าเทอมเริ่มต้น 599,000 บาท แบ่งจ่ายได้ 3 งวด Graduate Visa 18 เดือน
Overview

สองเส้นทางยอดนิยมของการเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ

ถ้าคุณกำลังวางแผนเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ คำถามสำคัญที่มักเจอคือ ควรเลือกเรียนแบบ Joint Master Programmes หรือสมัครไปเรียนตรงกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศเลย แบบไหนดีกว่า? ความจริงคือไม่มีเส้นทางไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีเส้นทางที่เหมาะกับโปรไฟล์ งบประมาณ ภาษาอังกฤษ และความพร้อมของแต่ละคนมากกว่า

Two Options

Joint Master Programmes กับ Direct Entry คืออะไร?

ก่อนตัดสินใจ ควรเข้าใจความต่างของสองเส้นทางนี้ให้ชัด เพราะทั้งสองแบบนำไปสู่การเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศเหมือนกัน แต่รูปแบบการเริ่มต้นและความเหมาะสมต่างกัน

Option 01

Joint Master Programmes

เริ่มเรียนที่ประเทศไทยก่อนประมาณ 3 เดือน เพื่อเตรียม Academic English, Academic Writing, Research Skills และความพร้อมก่อนเดินทาง จากนั้นไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยพาร์ทเนอร์ใน UK หรือ New Zealand อีกประมาณ 8–9 เดือน

เหมาะกับคนที่อยากมีช่วงปรับตัวก่อนบิน
เหมาะกับคนที่ยังไม่มั่นใจภาษาอังกฤษ
เหมาะกับคนที่อยากไปเป็นกลุ่มและมีทีมดูแล
ได้รับวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยตรง
Option 02

Direct Entry

สมัครเข้ามหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยตรง เมื่อได้รับ Offer และ Visa แล้ว สามารถเดินทางไปเริ่มเรียนที่ต่างประเทศได้ทันที โดยไม่ต้องเรียนเตรียมความพร้อมในประเทศไทยก่อน

เหมาะกับคนที่มี IELTS หรือผลภาษาอังกฤษพร้อมแล้ว
เหมาะกับคนที่เคยอยู่ต่างประเทศหรือปรับตัวได้เร็ว
เหมาะกับคนที่มีงบพร้อมสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพ
เริ่มใช้ชีวิตต่างประเทศตั้งแต่วันแรกของหลักสูตร
Comparison Table

ตารางเปรียบเทียบ Joint Master vs Direct Entry

ดูภาพรวมแบบชัด ๆ ว่าสองเส้นทางนี้แตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ของคุณมากกว่า

หัวข้อ Joint Master Programmes Direct Entry / ไปเรียนตรง
รูปแบบการเรียน เรียนที่ไทยประมาณ 3 เดือน แล้วไปต่อ UK หรือ New Zealand อีกประมาณ 8–9 เดือน สมัครตรงกับมหาวิทยาลัย และเดินทางไปเริ่มเรียนที่ต่างประเทศทันที
ภาษาอังกฤษ หลายหลักสูตรใช้ BACIET ได้ และมีช่วงเตรียม Academic English ก่อนเดินทาง ส่วนใหญ่ต้องมี IELTS หรือผลภาษาอังกฤษตามเกณฑ์มหาวิทยาลัย
การปรับตัว ค่อยเป็นค่อยไป มีช่วงเตรียมตัวก่อนบิน ต้องปรับตัวกับการเรียน ภาษา วัฒนธรรม และชีวิตต่างประเทศทันที
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 599,000 บาท แบ่งชำระได้ 3 งวด ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 800,000 บาท และต้องเตรียมค่ากินอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เทอมแรก
ค่าครองชีพช่วงแรก เรียนเทอมแรกที่ไทย ช่วยประหยัดค่ากินอยู่ต่างประเทศประมาณ 200,000–300,000 บาท เริ่มจ่ายค่ากินอยู่ต่างประเทศทันที โดยประมาณปีละ 700,000–800,000 บาท ขึ้นอยู่กับเมือง
เพื่อนร่วมทาง มีเพื่อนร่วมรุ่นและเดินทางเป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่เดินทางเองและเริ่มสร้างสังคมใหม่เอง
ระยะเวลาเรียน โดยรวมประมาณ 1 ปี โดยรวมประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับประเทศและหลักสูตร
วุฒิที่ได้รับ วุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยตรง วุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยตรง
ทำงานระหว่างเรียน เมื่อไปเรียนต่อที่ UK สามารถทำงานระหว่างเรียนได้ตามเงื่อนไขวีซ่า สูงสุดประมาณ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สามารถทำงานระหว่างเรียนได้ตามเงื่อนไขวีซ่า สูงสุดประมาณ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โอกาสหลังเรียนจบ สามารถสมัคร Graduate Visa หลังเรียนจบได้สูงสุดประมาณ 18 เดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถสมัคร Graduate Visa หลังเรียนจบได้สูงสุดประมาณ 18 เดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
เหมาะกับใคร คนที่อยากมีช่วงเตรียมตัว ไม่มั่นใจภาษา อยากไปเป็นกลุ่ม และอยากบริหารค่าใช้จ่ายเป็นขั้นตอน คนที่พร้อมด้านภาษา งบประมาณ และการใช้ชีวิตต่างประเทศตั้งแต่วันแรก
Joint Master Programmes เรียนต่อโทต่างประเทศ
The Real Difference

ผลลัพธ์สุดท้ายใกล้เคียงกัน
แต่จุดเริ่มต้นต่างกัน

หลายคนเข้าใจว่าการเรียนแบบ Joint Master Programmes และการสมัครเรียนตรงกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ หรือ Direct Entry จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปลายทางของทั้งสองเส้นทางมีความใกล้เคียงกัน ทั้งในเรื่องวุฒิการศึกษา สิทธิการทำงานระหว่างเรียน และโอกาสทำงานหลังเรียนจบ

Joint Master Programmes

เริ่มต้นที่ไทยก่อน

ผู้เรียนเริ่มเรียนที่ประเทศไทยประมาณ 3 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ การเขียนรายงาน การทำรีเสิร์ช และการปรับตัว ก่อนโอนหน่วยกิตไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรหรือประเทศนิวซีแลนด์อีกประมาณ 2 เทอม

ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 599,000 บาท
แบ่งชำระได้ 3 งวด ช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายง่ายขึ้น
ประหยัดค่ากินอยู่ต่างประเทศช่วงแรกประมาณ 200,000–300,000 บาท
โดยรวมอาจช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 500,000 บาท
Direct Entry

เริ่มเรียนต่างประเทศทันที

ผู้สมัครเรียนตรงกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ และเดินทางไปเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยปลายทางทันทีตั้งแต่เทอมแรก เหมาะกับคนที่มีภาษาอังกฤษพร้อม มีงบประมาณพร้อม และมั่นใจเรื่องการปรับตัวในต่างประเทศตั้งแต่วันแรก

ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 800,000 บาท
เริ่มจ่ายค่าครองชีพต่างประเทศทันทีตั้งแต่เทอมแรก
ค่ากินอยู่โดยประมาณปีละ 700,000–800,000 บาท
ค่าใช้จ่ายรวมขึ้นอยู่กับเมือง มหาวิทยาลัย และรูปแบบที่พัก
Joint Master

เทอม 1

เรียนที่ไทย
ลดค่ากินอยู่ต่างประเทศช่วงแรก

Transfer

เทอม 2–3

โอนหน่วยกิตไปเรียนต่อที่ UK หรือ New Zealand

Saving

ประหยัดประมาณ 500,000 บาท

จากค่าเทอมบางส่วน + ค่ากินอยู่เทอมแรกที่ไทย

สิ่งที่เหมือนกัน
หลังเดินทางถึงต่างประเทศ

เมื่อเดินทางไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรแล้ว นักศึกษาทั้งสองเส้นทางจะเรียนในระบบมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ได้รับวุฒิจากมหาวิทยาลัยปลายทาง และมีสิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าใกล้เคียงกัน ความต่างสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ที่วิธีการเริ่มต้น

ได้รับวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศเหมือนกัน
ทำงานระหว่างเรียนได้สูงสุดประมาณ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
สามารถสมัคร Graduate Visa หลังเรียนจบได้สูงสุดประมาณ 18 เดือน
มีโอกาสทำงานใน UK หลังเรียนจบเหมือนกัน

สรุปง่าย ๆ

ทั้ง Joint Master Programmes และ Direct Entry สามารถนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการได้รับวุฒิปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ การทำงานระหว่างเรียน และโอกาสทำงานหลังเรียนจบ ความแตกต่างสำคัญคือ Joint Master ช่วยให้ผู้เรียนเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีช่วงเตรียมตัวที่ไทย และช่วยบริหารค่าใช้จ่ายได้ยืดหยุ่นกว่า

ประเมินเส้นทางที่เหมาะกับคุณ
เปรียบเทียบ Joint Master Programmes กับ Direct Entry
Destination Planning

ประเทศปลายทางมีผลต่อค่าใช้จ่ายและการวางแผนอย่างไร?

แม้ว่า Joint Master Programmes และ Direct Entry จะนำไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือวุฒิปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ แต่ประเทศปลายทางยังมีผลต่อค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ รูปแบบการเรียน การใช้ชีวิต และโอกาสหลังเรียนจบ ดังนั้นการเลือกประเทศไม่ควรดูแค่ว่าอยากไปที่ไหน แต่ควรดูว่าเส้นทางนั้นเหมาะกับงบประมาณ ความพร้อมด้านภาษา และเป้าหมายระยะยาวของผู้สมัครหรือไม่

United Kingdom

UK เหมาะกับคนที่อยากจบไวและวางแผนงบชัด

สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมสำหรับการเรียนต่อปริญญาโท เพราะหลายหลักสูตรใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปี ทำให้เหมาะกับคนที่อยากประหยัดเวลา รีบกลับไปทำงานต่อ หรือต้องการอัปเกรดโปรไฟล์ภายในระยะเวลาสั้น

เหมาะกับคนที่ต้องการวุฒิ UK ภายในเวลาประมาณ 1 ปี
มีตัวเลือกทั้ง London และเมืองนอก London ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพโดยตรง
เหมาะกับสาย Business, Marketing, Finance, HR, Management และ Analytics
เลือกได้ทั้งเส้นทาง Joint Master และ Direct Entry ตามความพร้อมของผู้สมัคร
New Zealand

New Zealand เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต

นิวซีแลนด์เหมาะกับผู้เรียนที่ต้องการประสบการณ์ต่างประเทศในสภาพแวดล้อมที่สงบ ปลอดภัย และเน้นคุณภาพชีวิต เมืองอย่าง Christchurch เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากเรียนในเมืองที่ใช้ชีวิตง่าย ไม่วุ่นวาย และมีบรรยากาศเหมาะกับการเรียน

เหมาะกับคนที่อยากเรียนและใช้ชีวิตในประเทศที่บรรยากาศดี
ค่าครองชีพขึ้นอยู่กับเมือง ที่พัก และไลฟ์สไตล์ของผู้เรียน
เหมาะกับคนที่วางแผนประสบการณ์ระยะยาวหลังเรียนจบ
ควรประเมินงบรวมล่วงหน้า เพราะค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่า UK บางเมือง
Australia

Australia เหมาะกับคนที่พร้อมสมัครตรงและอยากมีตัวเลือกกว้าง

ออสเตรเลียเหมาะกับผู้สมัครที่มีความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ เอกสาร และงบประมาณตั้งแต่ต้น เพราะโดยมากจะเป็นเส้นทาง Direct Entry ที่ต้องเดินทางไปเริ่มเรียนที่ต่างประเทศทันที ข้อดีคือมีมหาวิทยาลัย เมือง และสาขาให้เลือกหลากหลาย

เหมาะกับคนที่มี IELTS หรือผลภาษาอังกฤษพร้อมแล้ว
มีตัวเลือกเมืองและมหาวิทยาลัยค่อนข้างหลากหลาย
ควรวางแผนค่าเรียน ค่าที่พัก และค่าครองชีพตั้งแต่ก่อนสมัคร
เหมาะกับคนที่มั่นใจเรื่องการปรับตัวและการใช้ชีวิตต่างประเทศ
Advisor Tip

เลือกประเทศจาก “เป้าหมาย + งบประมาณ + ความพร้อม”

ถ้าเป้าหมายคือจบไว คุมงบ และเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป UK ผ่านเส้นทาง Joint Master อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก แต่ถ้าผู้สมัครมีภาษาอังกฤษพร้อม งบประมาณพร้อม และอยากเลือกมหาวิทยาลัยเฉพาะทางมากขึ้น Direct Entry อาจตอบโจทย์กว่า ส่วน New Zealand และ Australia ควรพิจารณาค่าครองชีพ เมืองที่เลือก และเป้าหมายหลังเรียนจบร่วมด้วย

ดูค่าใช้จ่ายรวม ไม่ใช่เฉพาะค่าเทอม
ดูความพร้อมภาษาอังกฤษและเอกสารสมัคร
ดูเมืองปลายทาง เพราะค่าครองชีพต่างกันมาก
ดูเป้าหมายหลังเรียนจบ เช่น กลับไทย ทำงานต่อ หรือเก็บประสบการณ์ต่างประเทศ
Common Misconception

หลายคนยังเข้าใจผิดเรื่องนี้

Important Note

Joint Master เป็นวุฒิไทยหรือเปล่า?

ไม่ใช่ ผู้เรียนได้รับวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยตรง ตามมหาวิทยาลัยปลายทางและหลักสูตรที่เลือกเรียน ความต่างของ Joint Master Programmes กับ Direct Entry ไม่ได้อยู่ที่คุณค่าของวุฒิ แต่อยู่ที่รูปแบบการเริ่มต้น การเตรียมความพร้อม และการดูแลระหว่างเส้นทางเรียนต่อ

Degree Outcome

เป้าหมายคือวุฒิต่างประเทศเหมือนกัน

ทั้ง Joint Master และ Direct Entry มีเป้าหมายเดียวกันคือการได้รับวุฒิปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ความต่างคือ Joint Master มีช่วงเรียนที่ไทยก่อนเพื่อเตรียมตัว ส่วน Direct Entry คือไปเริ่มเรียนที่ต่างประเทศทันที

RSU Advisor Insight

ไม่มีเส้นทางไหนดีที่สุด มีแต่เส้นทางที่เหมาะกับคุณที่สุด

ถ้าพร้อมมาก
Direct Entry อาจเหมาะกว่า

สำหรับคนที่มีภาษาอังกฤษพร้อม มีงบประมาณพร้อม และมั่นใจเรื่องการปรับตัว การสมัครเรียนตรงกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศอาจตอบโจทย์ เพราะสามารถเริ่มเรียนและใช้ชีวิตต่างประเทศได้ทันที

มี IELTS หรือผลภาษาอังกฤษครบแล้ว
เคยเรียนหรือใช้ชีวิตต่างประเทศมาก่อน
อยากเลือกมหาวิทยาลัยเฉพาะทางมาก ๆ
พร้อมเดินทางและเริ่มเรียนทันที

ถ้าอยากค่อย ๆ พร้อม
Joint Master อาจเหมาะกว่า

สำหรับคนที่อยากมีช่วงเตรียมตัว ไม่มั่นใจภาษาอังกฤษ หรืออยากไปเรียนต่างประเทศแบบมีเพื่อนร่วมรุ่นและมีทีมช่วยดูแล Joint Master Programmes อาจช่วยลดความกังวลในช่วงเปลี่ยนผ่านได้ดี

ยังไม่มั่นใจ IELTS หรือ Academic English
อยากเริ่มเรียนที่ประเทศไทยก่อน
อยากไปเป็นกลุ่มและไม่อยากเดินทางคนเดียว
อยากได้วุฒิต่างประเทศภายในประมาณ 1 ปี
Useful Links

อ่านต่อเพื่อวางแผนเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ

หน้านี้ควรเชื่อมกับบทความหลักอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้ครบขึ้น ทั้งเรื่องสาขา ประเทศ ค่าใช้จ่าย การสมัคร และรายละเอียดโครงการ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Joint Master Programmes ต่างจากการไปเรียนตรงอย่างไร?

Joint Master Programmes มีช่วงเรียนเตรียมความพร้อมที่ประเทศไทยก่อนประมาณ 3 เดือน แล้วจึงเดินทางไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ ส่วน Direct Entry คือสมัครตรงและเดินทางไปเริ่มเรียนที่ต่างประเทศทันที

Joint Master Programmes ได้วุฒิจากที่ไหน?

ผู้เรียนได้รับวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยตรง ตามมหาวิทยาลัยปลายทางและหลักสูตรที่เลือกเรียน

ค่าเรียน Joint Master Programmes เริ่มต้นเท่าไหร่?

ค่าเทอม Joint Master Programmes เริ่มต้นประมาณ 599,000 บาท และสามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายรวมขึ้นอยู่กับประเทศ เมือง มหาวิทยาลัย และหลักสูตรที่เลือก

Direct Entry ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?

Direct Entry หรือการไปเรียนตรง ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 800,000 บาท และต้องเตรียมค่ากินอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เทอมแรก โดยค่ากินอยู่โดยประมาณอาจอยู่ที่ 700,000–800,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับเมืองและรูปแบบที่พัก

เรียน Joint Master ประหยัดกว่า Direct Entry อย่างไร?

Joint Master เริ่มเรียนเทอมแรกที่ประเทศไทย จึงช่วยลดค่ากินอยู่ต่างประเทศในช่วงแรกได้ประมาณ 200,000–300,000 บาท และโดยรวมอาจช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 500,000 บาท เมื่อเทียบกับการไปเริ่มเรียนต่างประเทศตั้งแต่เทอมแรก

ระหว่างเรียนสามารถทำงานได้ไหม?

เมื่อเดินทางไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร นักศึกษาสามารถทำงานระหว่างเรียนได้ตามเงื่อนไขของวีซ่านักเรียน โดยทั่วไปสูงสุดประมาณ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

หลังเรียนจบสามารถอยู่ทำงานต่อได้ไหม?

ผู้เรียนสามารถสมัคร Graduate Visa หลังเรียนจบได้สูงสุดประมาณ 18 เดือนตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดตามประเทศ มหาวิทยาลัย และสถานะวีซ่าของผู้สมัครแต่ละคน

ถ้าไม่มี IELTS เรียนต่อโทต่างประเทศได้ไหม?

สำหรับหลายหลักสูตรในเส้นทาง Joint Master Programmes สามารถใช้ BACIET แทน IELTS ได้ แต่เงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามมหาวิทยาลัยและหลักสูตร แนะนำให้ประเมินโปรไฟล์ก่อนสมัคร

Joint Master ขอวีซ่ายากไหม?

การยื่นวีซ่าขึ้นอยู่กับเอกสาร คุณสมบัติทางการเงิน ประวัติผู้สมัคร และการพิจารณาของสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง RSU Study Abroad สามารถช่วยแนะนำเอกสารและเตรียมความพร้อม แต่ไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้

ถ้า GPA ไม่สูง ควรเลือก Joint Master หรือ Direct Entry?

ควรประเมินเป็นรายกรณี เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์รับสมัครต่างกัน หาก GPA ไม่สูง อาจต้องดู Transcript, ประสบการณ์ทำงาน, SOP, สาขาที่สมัคร และเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยปลายทางร่วมด้วย

ควรเลือกแบบไหนดีถ้ายังไม่แน่ใจ?

ควรเริ่มจากการประเมินโปรไฟล์ เช่น GPA ภาษาอังกฤษ งบประมาณ ประเทศที่สนใจ สาขาที่อยากเรียน และเป้าหมายอาชีพ เพื่อดูว่าเส้นทางไหนตอบโจทย์มากกว่า

ยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับ Joint Master หรือ Direct Entry?

ส่งโปรไฟล์ให้ทีม RSU Study Abroad ช่วยประเมินฟรี ทั้ง GPA ภาษาอังกฤษ งบประมาณ สาขาที่สนใจ และเป้าหมายอาชีพ เพื่อแนะนำเส้นทางเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศที่เหมาะกับคุณที่สุด

ปรึกษาเจ้าหน้าที่
RSU STUDY ABROAD
NO IELTS
BARRIERS
เปิดโลกคอนเนคชั่นระดับสากล
การลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่ากว่า
Joint Master Programmes

Start your journey
with US

เรียนต่อต่างประเทศกับ RSU STUDY ABROAD
⬛Joint Master Programmes
⬛GED Tutorial Center
⬛University Applications
⬛Full Support Services

RSU
STUDY
ABROAD
RSU Tower (15th Floor) Sukhumvit 31
Bangkok 10110
Mon–Fri 10.00–18.00
Sat–Sun 9.00–17.00
02-258-5159
088-022-2701 · 098-285-6114
E-mail: contact@rsustudyabroad
LINE: @rsustudyabroad
5 minutes walk from BTS Phrompong
7 minutes walk from BTS Asoke & MRT Sukhumvit