Arrival Checklist
วันแรกหลังถึงต่างประเทศ ต้องทำอะไรบ้าง
วันแรกหลังถึงต่างประเทศมักเป็นวันที่วุ่นที่สุด ทั้งเรื่องเดินทางเข้าที่พัก รับกุญแจ เช็กห้อง ซื้อของจำเป็น และเตรียมตัวสำหรับวัน Orientation การวางแผนตั้งแต่ก่อนบินจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก
เดินทางจากสนามบินไปที่พักให้เรียบร้อยก่อน
สิ่งแรกหลังผ่าน ตม. และรับกระเป๋า คือการเดินทางไปที่พักให้ปลอดภัยและทันเวลา Check-in
วางแผนการเดินทางล่วงหน้า
นักเรียนหลายคนเลือกจอง Airport Pickup ไว้ก่อน หรือรวมกลุ่มกับเพื่อน 2-3 คนเพื่อจอง Taxi ไปที่พักด้วยกัน เพราะกระเป๋าเยอะและเพิ่งเดินทางมาถึงใหม่ ๆ
บางมหาวิทยาลัยอาจมีบริการรับส่งหรือ Taxi Partner ที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจสะดวกและคุ้มกว่าการหาเองในวันเดินทาง
พยายามอย่าไปถึงดึก
โดยทั่วไปควรเลือกไฟลต์ที่ถึงช่วงเช้าหรือสาย เพราะต้องเผื่อเวลาผ่าน ตม. รับกระเป๋า เดินทางไปที่พัก รับกุญแจ และซื้อของจำเป็นก่อนร้านปิด
หากไปถึงช่วงบ่ายหรือค่ำเกินไป อาจเจอปัญหาร้านปิด รับกุญแจไม่ทัน หรือไม่มีของใช้พื้นฐานในคืนแรก
รับกุญแจและเช็กเวลา Check-in
ก่อนบินควรแจ้งหอพักหรือที่พักให้ชัดเจนว่าจะเดินทางถึงวันไหนและประมาณกี่โมง
แจ้งเวลาถึงล่วงหน้า
หลังจองตั๋วเครื่องบินแล้ว ควรแจ้งที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะหอพักนักศึกษาที่มีเวลารับกุญแจเป็นรอบ หรือมีเจ้าหน้าที่ดูแลเฉพาะช่วงเวลา
หากมี Delay หรือเดินทางถึงช้ากว่าที่แจ้งไว้ ควรรีบอีเมลหรือโทรแจ้งที่พักทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่รู้สถานการณ์
บางหอมี Key Box
บางหอพักมี Key Box หรือระบบรับกุญแจด้วยรหัสผ่าน โดยจะส่งรายละเอียดมาให้ทางอีเมลก่อนวันเข้าอยู่ ควรอ่านอีเมลจากหอให้ละเอียดและเก็บข้อมูลไว้ทั้งในมือถือและแบบ offline
เช็กห้องทันทีเมื่อเข้าถึง
หลังเข้าห้องแล้ว ควรถ่ายรูปหรือวิดีโอสภาพห้องไว้ทันที โดยเฉพาะรอยผนัง พื้น โต๊ะ เก้าอี้ ห้องน้ำ ตู้เย็น หน้าต่าง และอุปกรณ์ที่ใช้งานไม่ได้
อย่าลืมลองเปิดไฟ เช็กหลอดไฟ ปลั๊ก น้ำอุ่น Wi-Fi และอุปกรณ์พื้นฐาน เพราะบางอย่างอาจดูเล็กน้อย แต่ถ้าแจ้งช้าอาจกลายเป็นปัญหาตอนย้ายออกหรือถูกคิดค่าเสียหายได้
หากเจอปัญหา ควรแจ้งหอพักหรือผู้ดูแลทันที พร้อมแนบรูปถ่ายให้ชัดเจน
เรื่อง Internet และ SIM Card
วันแรกควรมี Internet ใช้ให้ได้ก่อน เพราะต้องติดต่อที่พัก เปิดแผนที่ เรียกรถ และแจ้งครอบครัว
โรมมิ่งก่อนบินอาจปลอดภัยที่สุด
สำหรับวันเดินทาง แนะนำให้มี Roaming หรือ Internet จากไทยติดตัวไปก่อนสักระยะ เพราะอาจต้องใช้ระหว่างต่อเครื่อง ใช้เปิดแผนที่ หรือใช้ติดต่อคนขับรถและที่พักทันทีหลังลงเครื่อง
SIM หรือ eSIM ซื้อทีหลังก็ได้
บางมหาวิทยาลัยอาจมีแจก SIM Card หรือแนะนำเครือข่ายในวัน Orientation นักเรียนบางคนจึงใช้ Roaming ไปก่อน แล้วค่อยเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับเมืองและประเทศนั้น ๆ ภายหลัง
การซื้อ SIM ที่สนามบินสะดวก แต่บางแพ็กเกจอาจต้องลงทะเบียนหรือใช้ Wi-Fi เพิ่มเติม จึงควรมีแผนสำรองไว้เสมอ
ซื้อของจำเป็นก่อนร้านปิด
หลายประเทศร้านค้าปิดเร็วกว่าที่หลายคนคิด บางเมืองร้านทั่วไปอาจปิดช่วง 4-5 โมงเย็น หรือเปิดไม่ครบทุกวันเหมือนในไทย
ของที่ควรจัดการให้ได้ในวันแรก เช่น น้ำดื่ม อาหารง่าย ๆ ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม Adapter ของใช้ในห้องน้ำ และของจำเป็นสำหรับคืนนั้น
หากรู้ว่าบินถึงเย็นหรือค่ำ ควรสั่งของบางอย่างล่วงหน้าไปส่งที่หอ หรือสอบถามหอพักว่าสามารถรับพัสดุไว้ให้ก่อนได้หรือไม่
แจ้งครอบครัวและคนใกล้ตัวว่าถึงแล้ว
Safety first
หลังผ่าน ตม. หรือเมื่อถึงที่พักแล้ว ควรแจ้งครอบครัว เพื่อน หรือคนที่ไว้ใจว่าถึงแล้ว พร้อมส่งที่อยู่ที่พักหรือ Location ไว้ด้วย
หากเกิดปัญหา เช่น หา Taxi ไม่เจอ เข้าหอไม่ได้ หรือหลงทาง ควรรีบติดต่อคนที่ช่วยประสานได้ทันที
Orientation สำคัญกว่าที่คิด
วัน Orientation ไม่ได้มีแค่การต้อนรับนักศึกษาใหม่ แต่หลายมหาวิทยาลัยจะใช้วันนี้อธิบายเรื่องสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตจริง เช่น ประกันสุขภาพ วิธีหาหมอ การจองหมอ Student ID ระบบเรียน ตารางเรียน และช่องทางติดต่อ Student Support
บางมหาวิทยาลัยอาจมีการแจก SIM Card แนะนำวิธีเปิดบัญชีธนาคาร ออกเอกสารสำหรับธนาคาร พาเดินรอบมหาวิทยาลัย แนะนำคณะ หรือให้ข้อมูลเรื่องงาน Part-time ในมหาวิทยาลัย
ถ้ามีเหตุจำเป็นจนไป Orientation ไม่ทัน ควรติดต่อ Student Support หรือ International Office เพื่อขอข้อมูลที่พลาดไป ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ
คืนแรกอย่าพลาดเรื่องเวลา
Jet lag และความเหนื่อยจากการเดินทางอาจทำให้พลาดนัดสำคัญในวันถัดไปได้
ตั้งปลุกไว้หลายรอบ
หลังเดินทางไกลหลายชั่วโมง นักเรียนหลายคนอาจหลับยาวโดยไม่รู้ตัว ควรตั้งปลุกหลายรอบ โดยเฉพาะถ้าวันถัดไปมี Orientation นัดรับเอกสาร หรือมีนัดกับมหาวิทยาลัย
ถ้าไปเป็นกลุ่มจะช่วยได้มาก
สำหรับนักเรียนที่เดินทางไปพร้อมเพื่อนหรือรู้จักกันตั้งแต่เรียนที่ไทยก่อน การช่วยกันเตือนเรื่องเวลา การเดินทาง และเอกสาร จะช่วยลดความกังวลในช่วงแรกได้มาก
ของที่ควรพกติดตัวไปจากไทย
ไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไปจากไทย แต่ควรเลือกพกของที่จำเป็นจริงและหาซื้อทดแทนยาก
ของที่ควรพกไปให้พร้อม
- ยาสามัญหรือยาประจำตัวที่มีฉลากชัดเจน
- Contact lens หรือของใช้เกี่ยวกับสายตาที่ใช้ประจำ
- แว่นตาสำรอง
- หม้อหุงข้าวขนาดเล็ก โดยเฉพาะคนที่ทำอาหารเองบ่อย
- Universal Adapter
- ของใช้เฉพาะตัวที่เปลี่ยนยี่ห้อไม่ได้ง่าย
ของที่ไม่ต้องแบกเยอะเกินไป
- มาม่า ขนม หรืออาหารแห้งจำนวนมาก
- Shampoo / Body wash ขวดใหญ่
- เสื้อผ้าเยอะเกินจำเป็น
- เครื่องครัวหนัก ๆ หลายชิ้น
- ของใช้ทั่วไปที่หาซื้อได้ในร้านเอเชียหรือร้านท้องถิ่น
สิ่งที่ควรจัดการก่อนบิน เพื่อให้วันแรกง่ายขึ้น
แม้จะยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำในวันแรก แต่การเตรียมเรื่องสุขภาพก่อนบิน จะช่วยลดปัญหาในช่วงเริ่มต้นได้มาก ก่อนเดินทางควรเคลียร์เรื่องสุขภาพพื้นฐานให้เรียบร้อย โดยเฉพาะเรื่องฟันและสายตา เพราะประกันสุขภาพนักเรียนหลายแผนอาจไม่ได้ครอบคลุมค่าทันตกรรมหรือการตรวจสายตาทั่วไปทั้งหมด
หากดัดฟัน มีฟันคุด ต้องอุดฟัน ขูดหินปูน หรือมีปัญหาช่องปาก ควรปรึกษาหมอฟันและจัดการให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง เพราะการนัดหมอฟันในต่างประเทศมักยากกว่าและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าไทยมาก
คนที่ใส่แว่นหรือ Contact lens ควรตรวจสายตา เตรียมแว่นสำรอง และซื้อเลนส์ที่ใช้ประจำให้พอช่วงแรก ส่วนเรื่องวัคซีน ควรเช็กวัคซีนพื้นฐานและปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัวหรือประวัติสุขภาพที่ต้องดูแลต่อเนื่อง
สิ่งที่เด็กชอบพลาดในคืนแรก
ไม่มีผ้าปูหรือหมอน
หอหลายแห่งมีเตียงและฟูกให้ แต่ไม่ได้มีผ้าปู หมอน หรือผ้าห่มให้ครบ ควรตรวจสอบกับหอก่อนเดินทาง
ไม่มี Internet ใช้
หากไม่มี Roaming หรือยังเปิด SIM ไม่ได้ อาจลำบากมากในวันแรก โดยเฉพาะการใช้แผนที่และติดต่อที่พัก
รับกุญแจไม่ทันเวลา
ควรแจ้งเวลาถึงกับหอพักล่วงหน้า และอ่านอีเมลเรื่อง Check-in ให้ละเอียดก่อนบิน
ซื้อของไม่ทันร้านปิด
หากบินถึงเย็นหรือค่ำ อาจไม่มีเวลาซื้อของใช้จำเป็น ควรเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ
อ่านต่อเพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทาง
กำลังเตรียมตัวบินไปเรียนต่างประเทศ?
ยื่นสมัครเรียนมหาวิทยาลัยกับทางเรา ทีม RSU Study Abroad สามารถช่วยวาง timeline ก่อนเดินทาง แนะนำเรื่องเอกสาร ที่พัก และสิ่งที่ควรเตรียมในวันแรก เพื่อให้นักเรียนเริ่มต้นชีวิตต่างประเทศได้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่เดินทางคนเดียวครั้งแรก